เบนเซม่าคนเดิม

ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริด ทีมเจ้าของแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยหลังสุด ได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมมากมายทีเดียว โดยเฉพาะการเปลี่ยนหัวเรือใหญ่อย่างซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสที่พาทีมประสบความสำเร็จตลอด 2 ปีครึ่งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว มาเป็นจูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ที่ไปตกลงกันระหว่างเก็บตัวทำศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต รวมถึงการที่ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรตัดสินใจขายคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 5 สมัยออกจากทีมไปให้กับยูเวนตุสในราคา 120 ล้านยูโรด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ และมีความเสี่ยงมากทีเดียว เนื่องจากตลอด 9 ปีที่ผ่านมา กัปตันทีมชาติโปรตุเกสเป็นดาวยิงสูงสุดของสโมสรมาทุกปี และมักเป็นคนยิงประตูตัดสินเกมได้โดยตลอด การขาดหายไปของโรนัลโด้นั้นก็ถูกสื่อตั้งคำถามตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลด้วยซ้ำ ว่าใครจะก้าวขึ้นมาแทนที่เป็นดาวซัลโวประจำทีมแทนดาวเตะหมายเลข 7 เมื่อฤดูกาลก่อนๆ เนื่องจากพวกเขาได้ตัวมาเรียโน่ ดิอาซ อดีตเด็กเก่าจากโอลิมปิก ลียง มาเพียงรายเดียวเท่านั้นในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาในตำแหน่งกองหน้า

ช่วงเปิดฤดูกาลนัดแรกๆ แฟนบอลมาดริดตริสต้าหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ เมื่อผลงานของเรอัล มาดริด ยังคงเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง และดาวเตะอย่างคาริม เบนเซม่า ก็สามารถกลับมายิงได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง เหมือนสมัยตอนค้าแข้งให้กับโอลิมปิก ลียงเลยก็ว่าได้ แถมคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนนั้นก็ยังไม่สามารถเบิกประตูแรกให้กับต้นสังกัดใหม่เสียด้วย ทำให้แฟนบอลมาดริด บวกับกองแช่งของโรนัลโด้นั้นตีอกชกตัวกันใหม่ แต่หลังจากนั้นไม่นานโรนัลโด้ก็กลับมายิงประตูได้อีกครั้ง รวมถึงผลงานของยูเวนตุสก็ยังดีอย่างต่อเนื่องด้วย ผิดกับเรอัล มาดริด ที่เริ่มมีอาการทื่อ และตันทันทีเมื่อไม่สามารถออกนำคู่แข่งได้ในครึ่งเวลาแรก จนทำให้ไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้ถึง 4 นัดติดต่อกัน ซึ่งมันเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการขาดหายไปของดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรนั้นส่งผลกระทบต่อทีมเป็นอย่างมากทีเดียว ถึงแม้ว่านักเตะอย่างมาร์โก อเซนซิโอ หรือแม้แต่อิสโก้ จะยกระดับการเล่นขึ้นมาได้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อนๆ ก็ตาม แต่สุดท้ายตัวจบสกอร์ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดประตูขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จูเลน โลเปเตกีจะต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน มิเช่นนั้นอาจจะอยู่ไม่ถึงจบฤดูกาลนี้ก็เป็นได้

ข้อความนี้ถูกเขียนใน บทความ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *